kriwit's profileFlame_Of_SpiritPhotosBlogLists Tools Help

Blog


    May 02

    คำที่สอง แม่

    แม่ บทที่ 1...
     
    ผมโกหกแม่มาตลอด
    ผมคิดว่าแม่ไม่รู้
    แต่แล้ววันหนึ่ง
    แม่ก็ดื่มเหล้าแล้วยิ้ม พลางพูดกับผมว่า
    ''ลูกคิดว่าแม่ไม่รู้ใช่มั้ย''
     
    ผมมาลองคิดๆ ดู...มันเป็นไปไม่ได้หรอกที่แม่จะไม่รู้
    แม่แกล้งผมมาโดยตลอด
     
    ผมอายุมากขึ้น ผมก็เกลียดแม่
    แต่เมื่อผมอายุมากขึ้นอีก ผมกลับเกลียดตัวเองที่เกลียดแม่
     
    แม่ บทที่ 2...
     
    สมมติว่าคนเรามีชีวิตอยู่ได้แปดสิบปี
    พ่อกับแม่ของผมก็จะเหลือเวลาในโลกน้อยกว่าผม
    เพราะพ่อกับแม่มาก่อนแล้ว...เรายอมรับสิ่งนั้นได้ยาก
    แต่สักวันหนึ่งพ่อกับแม่ต้องจากเราไป...กลับไปสู่ธรรมชาติ
     
    เรารู้ว่าพ่อแม่เป็นผู้มีพระคุณ เหมือนกับอากาศที่ให้เราหายใจ
    แต่ทุกวันเรามักจะพูดกับพวกท่านอย่างหงุดหงิด
    ระยะเวลาสองปีสองเดือนที่ผมไปเป็นทหารนั้น
    ผมคิดถึงพ่อกับแม่มาก
    ถ้าหากท่านทั้งสองต้องจากโลกนี้ไปจริงๆ
    ผมคงคิดถึงพวกท่านไปอีกนานแสนนาน
     
    เวลาไม่เคยย้อนกลับมา...มันกำลังเดินไปข้างหน้า
    เรารู้ว่าสักวันหนึ่งก็ต้องถึงวันนั้น
    แต่เราก็ยังคงปฏิบัติกับพ่อแม่เหมือนเดิม
    และได้แต่คิดอยู่ในใจว่า
    ''จะทำตัวให้ดี''
     
    ผมอยากจะถามว่า
    ถ้าหากพ่อกับแม่คิดถึงปู่กับย่า พวกท่านจะทำอย่างไร
     
    แม่ บทที่ 3...
     
    ตอนที่ผมยังเป้นเด็ก...ผมไม่เคยชอบสายฝนเลย
    แต่เดี๋ยวนี้ผมชอบบรรยากาศยามฝนตกตั้งแต่เมื่อไหร่ก็ไม่รู้
     
    เมื่อวานนี้ผมไปดื่มเหล้ากับเพือนอย่างเมามันส์
    จากนั้นก็โบกแท๊กซี่กลับบ้าน
    โชเฟอร์บอกพวกเราว่าฝนตกนานมาก
     
    ผมกับเพื่อนถามเขาว่า
    เขาไม่รู้สึกชอบบรรยากาศยามฝนตก
    มันช่างสบายเหลือเกินเลยหรือ
    เขาถอนหายใจแล้วบอกว่า
    ''ทำงานไมสะดวกครับ''
     
    เมื่อก่อนเขาก็ชอบฝน
    แต่ตอนนี้อายุมากและมีครอบครัวแล้ว
    ฝนไม่ใช่ทำให้เขารู้สึกตื่นเต้นอีกต่อไป
    มันทำให้เขาทำงานไม่สะดวก...เขาพูดพร้อมกับมองไปข้างหน้า
     
    ผมรู้สึกว่าสำหรับพ่อกับแม่แล้ว
    ฝนไม่ใช่เรื่องน่ายินดีสำหรับพวกท่าน
    พูดแล้วก็คิดถึงแม่ที่ปวดหลังกับเข่าขึ้นมา
    ที่แม่ปวดหลังกับเข่านั้นต้องเป็นเพราะมีลูกขี้เกียจแน่ๆ เลย
    ขณะมองฝน ผมก็คิดขึ้นมาว่า
    การเป็นพ่อเป็นแม่คนนั้นไม่ใช่เรื่องง่ายเลยจริงๆ
     
    แม่ บทที่ 4...
     
    ผมคิดว่าความรักยิ่งใหญ่ที่สุดของแม่คือความเสียสละ
    ถ้าผมเป็นพ่อของลูก ผมจะเสียสละให้ลูดได้ไหมนะ...
    และเท่ากับแม่ไหม หรือแค่ครึ่งหนึ่งของแม่
    ผมนับถือแม่มากที่สุด
     
    ในโลกนี้ คนที่สามารถยอมรับได้ทุกสิ่งทุกอย่าง
    และมอบความรักให้โดยไม่มีเงื่อนไข
    ก็คือ...พ่อกับแม่เท่านั้น
     
    แม่ บทที่ 5...
     
    วันที่ 16 พฤศจิกายน ค.ศ. 1999
    วันที่ผมเข้าเป้นทหารที่ค่ายทหาร
    หลังจากที่ผมล่ำลาเพื่อนๆ เรียบร้อยแล้ว
    แม่กับผมก้มองหน้ากัน
    ผมหันไปมองหน้าพ่อแล้วยิ้ม
    แต่สำหรับแม่ ผมเกิดความรู้สึกบางอย่างที่ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อนขณะมองแม่
    อันที่จริงแล้ว ก่อนที่ผมจะมาเป็นทหาร
    ระหว่างผมกับแม่มีกำแพงแห่งความไม่เข้าใจขวางกั้นกันอยู่
    ผมเคยไม่ชอบแม่ เคยเกลียดแม่
     
    ผมไม่ชอบที่บ้านเราไม่รวย
    ผมไม่ชอบที่แม่ให้เงินผมใช้ไม่เคยพอเลยสักครั้ง
    ผมเกลียดแม่ที่เข้มงวด
    ผมมองหน้าแม่อยู่ครู่หนึ่ง
    แม่ที่เคยเข้มงวดกำลังร้องไห้
    ผมไม่กล้ามองหน้าแม่อีกต่อไป...
    บเข้าไปในศูนย์ฝึกทหารใหม่เพราะไม่อยากเฆ้นน้ำตาของแม่
    หลังจกวันนั้น ผมได้ข่าวจาดคนรู้จักว่า...
     
    แม่ปิดร้านที่ไม่เคยปิดมาตลอด 16 ปีร้องไห้หลายวัน
    แม่ร้องไห้ถึงหนึ่งสัปดาห์
     
    วันก่อนวันสุดท้ายที่ผมจะออกจากศูนย์ฝึกทหารใหม่
    เจ้าหน้าที่ของศูนย์ฯ ได้ขานชื่อคนที่ม่ได้รับจดหมาย
    จากทางบ้านหรือเพื่อนช่วงเวลาที่อยู่ที่นี่
    หนึ่งในนั้นคือผม
    สำหรับคนที่ไม่ได้รับจดหมาย
    เจ้าหน้าที่ของศูนย์ฯ อนุญาตให้โทรศัพท์ได้หนึ่งนาที
    คนที่เป็นรุ่นพี่ประมาณ 20 คนได้โทรศัพท์กลับบ้าน
    และร้องไห้กันยกใหญ่
     
    ตอนนั้นผมคิดว่า...เป็นลูกฝู้ชายประสาอะไรร้องไห้
     
    และแล้วก็มาถึงคิวของผม ผมโทร.กลับบ้าน
    คุณย่าเป็นคนรับสายแล้วส่งต่อให้แม่
    แม่กับผมร้องไห้ตลอดเวลาที่มีอยู่แค่ 50 วินาที
    เราไม่ได้คุยอะไรกันเลย
    หลังจากที่รู้ว่าติดต่อกันได้แล้ว เราก็เอาแต่เรื่องไห้
    แม่กับผมรู้สึกเศร้าใจมาก
     
    ผมเริ่มกิจวัตรประจำวันของการเป็นทหาร
    ลาพักร้อนหลังจากฝึกได้ 100 วัน
    ลาพักร้อนหลังจากได้เลื่อนยศเป็นสิบตรี
    ลาพักร้อนหลังจากได้เลื่อนยศเป็นสิบเอก
     
    ตอนอยู่ด้วยกันผมไม่เคยรู้
    ต่อแม่อได้พบกันนานๆ ครั้งผมจึงรู้ว่า
    มันใช้เวลาไม่นานเลยที่จะนับริ้วรอยของแม่
     
    พ่อกับแม่ของเราอายุมากขึ้นๆ ทุกวันแล้วนะครับ
     
    แม่ บทที่ 6...
     
    ตอนที่ผมยังเป้นเด็กตัวเล็กๆ
    ผมไม่เข้าใจจริงๆ เลยว่า
    แม่ทำงานเก็บเงินทำไมตั้งมากมาย
    ทำไมเงินแค่บาทเดียวแม่ถึงได้เสียดายนักหนา
    และตื่นเต้นมากขนาดนั้น
    ตอนนั้นผมคิดว่าถ้าประหยัดแค่หนึ่งบาท
    อะไรหรือที่มันจะเปลี่ยนไป
     
    ตอนนั้นผมไม่รู้จริงๆ ครับ
     
    ตอนนั้นผมไม่รู้ว่า...
    เงินหนึ่งบาทนั้น
    คือเสื้อผ้าที่ผมใส่ในตอนนี้
    เป็นค่ารถไปโรงเรียน
    และเป็นค่าเทอมของผม
     
    แต่วันนี้ผมก็ยังไม่คิดอะไรอีก
    ผมขี้เกียจขึ้นรถเมล์ก็เลยขึ้นแท๊กซี่ไปหาเพื่นแมน แต่...
     
    แม่ต้องเดินบนถนนที่มีระยะทางเท่ากับสิบป้ายรถเมล?
    แม้ว่าแม่จะเจ็บขา เดินไม่สะดวก
    เพื่อที่จะประหยัดเงินค่ารถ 12 บาท
     
    แม่ บทที่ 7...
     
    ทำไมเราจึงคิดว่าการที่พ่อกับแม่เสียสละให้เรา
    คือสิ่งที่เป้นไปตามธรรมชาติ
    เป็นเพราะแม่ของแม่ก้ทำแบบนั้นหรือ
    และในอนาคตเราก้จะเป้นพ่อเป็นแม่คนด้วยหรือ
     
    แม่ของผมเดร้านขายของมากว่า 16 ปีแล้ว
    มันเป้นร้านของชำเล็กๆ ในหมู่บ้าน
     
    ก่อนที่ผมจะไปเป้นทหาร 16 ปีที่ผ่านมาแม่ไม่เคยปิดร้านเลย
    แม่จะเปิดร้านตอนเจ็ดโมงเช้าและปิดร้านตอนเที่ยงคืนทุกวัน
     
    ด้วยความที่ร้านของเราเล็ก งานของเราจึงยุ่งมาก
    ไหนจะต้องเรียงของให้เรียบร้อย
    ไหนจะต้องแช่เบียร์หรือเหล้าในตู้เย็น
     
    ด้วยเหตุนี้แม่จึงเลี้ยงลูกอย่างเข้มงวดกว่าแม่คนอื่นๆ
    เพื่อที่ว่าลูกจะได้ทำตัวดีๆ
     
    ตอนนั้นผมเกลียดแม่มาก
    ที่ลงโทษผมเพราะความผิดเล็กๆ น้อยๆ
     
    ตอนนั้นผมโง่มากที่เกลียดแม่
    ผมเขียนลงในไดอารี่ทุกวันว่า...เกลียดแม่
     
    และแล้ววันหนึ่ง
     
    วันนั้นขาของผมเจ็บ
    แม่เป็นห่วงกลัวว่าผมจะไปโรงเรียนสายจึงทิ้งร้านไว้
    และรีบใส่รองเท้าแตะแล้วจูงมือผมมายืนรอแท๊กซี่
    ขณะมองแม่ซึ่งพยายามมองหารถแท๊กซี่ที่ไม่ค่อยจะมี
    ผมก็รู้สึกว่หัวใจขชองผมร้อนผ่าวและน้ำตาก็เริ่มจะรินไหล
     
    ว่าผมจะรู้ซึ้งถึงความรักของแม่
    ก็ใช้เวลาถึง 17 ปีเลยทีเดียว
     
    เช้าตรู่วันรุ่งขึ้นผมออกไปที่สวนสาธารณะ
    เพื่อเผาไดอารี่เล่มนั้นที่เขียนมาถึง 3 ปีทิ้ง
     
    ผมจำได้ว่าวันนั้นน้ำตาของผมไหลออกมาเยอะมาก
    ไม่รู้ว่าพราะควัน หรือเพราะอะไร
     
    แม่ บทที่ 8...
     
    วันนี้หลังจากเลิกเรียน
    ผมเห็นทหารและตำรวจอยู่หน้าสถานทูตอเมริกันขณะเดินกลับบ้าน
    ตอนที่ผมเป้นนักเรียนมัธยม
    ผมคิดว่าตำรวจและทหารนั้น
    น่าเกรงขามและเท่อย่างบอกใคร
     
    แต่วันนี้ผมรู้สึกว่ารูปร่างของตำรวจก้ไม่ต่างไปจากนักศึกษาอายุ 20 กว่าๆ
    หลังจากที่ผมมีความรู้สึกแบบนั้น...ผมก็รู้สึกว่าผมเป้นผูใหญ่
    และขณะนี้ที่ผมไม่สามารถรู้สึกได้เหมือนสมัยก่อนแล้ว
    ผมก็จะนึกถึงคำคำหนึ่งเสมอ นั่นก็คือ ''พ่อ''
     
    พ่อที่เคยแข็งแรง
    พ่อที่เคยรู้ทุกอย่าง
     
    ผมไม่กลัวพ่ออีกต่อไปแล้ว...เหมือนอย่างเช่นทหาร
    ผมไม่ถามพ่อถึงสิ่งที่ผมไม่รู้อีกต่อไปแล้ว
     
    ผมกำลังสร้างกำแพงระหว่างพ่อกับผมึ้นมา
    โดยที่ผมไม่รู้ตัว
    แต่พ่ออาจรู้สึกแล้วก็ได้
     
    พ่อจะรู้สึกอย่างไรนะ
    ถ้าพ่อคิดว่าลูกคือทุกสิ่งทุกอย่างของชีวิต
    พ่อจะต้องหนีผมไป ถ้าพ่อรู้ว่าผมไม่นับถือพ่ออีกต่อไปแล้ว
     
    พรุ่งนี้ผมจะลองไปอาบน้ำกับพ่อ
    และถามพ่อถึงคุณปู่
     
    แม่ บทที่ 9...
     
    แม่ของผมคงดุเป้นเสืออยู่ครับ
    ผมยังคงถูกตีถ้าเผลอทำอะไรผิดไป
     
    ด้วยความที่ผมเป้นผู้ใหญ่แล้ว หรือไม่ก็เพิ่งจะรู้ว่าเป็น
    ผมมีคำพูดที่หาโอกาสจะพูดมาหลายปีแล้วว่า ผมรักแม่
    แต่ผมก็ลังเล จึงไม่ได้พูดออกไป
    ผมต้องขอความช่วยเหลือจากเหล้าและบอกกับแม่ว่า
    ''ผมรักแม่''
     
    มันพูดกันยากเย็นขนาดนี้เชียวหรือ
    จากนั้นผมก็กอดแม่
    แม่ถามว่า
    ''ลูกกินเหล้าเข้าไปใช่ไหมเนี่ย''
     
    ผมยิ้มให้แม่
    แต่แม่จำไม่ได้ครับ
    เพราะวันนั้นแม่ก้เมา ผมก็เมา
    ถึงแม้แม่จะจำไม่ได้
    แต่ ณ วันนั้นและเวลานั้น
     
    ผมเชื่อครับ
    ว่าแม่ต้องรู้สึกปลาบปลื้มอย่างแน่นอน
    วันหลังผมจะไม่ดื่มเล้าขณะกอดแม่
    พอถึงตอนนี้ผมอยากบอกแม่ว่า
    ผมอยากให้แม่มีสุขภาพแข็งแรงและอยู่เคียงข้างผมไปนานๆ
     
    แม่ บทที่ 10...
     
    มันคือ ''เวลา''ไง
     
    ผมล้มตัวลงนอนบนที่นอน
    และคิดถึงอายุของผม
    ผมอายุ 25 ปีแล้ว
     
    25 ปีที่ผ่านมา...
    ผมคิดว่าผมไม่ได้ทำอะไรเลย
     
    ผมรู้สึกโกรธตัวเองจริงๆ
     
    ผมมองหน้าแม่ของผม
    ผมคิดถึงอายุ 25 ปีของตัวเอง
    และคิดว่าผมเอาเวลา 25 ปีของแม่มา
    May 01

    คำแรก ความรัก และการแยกทาง

    ความรัก บทที่ 1...
     
    ความหมายของ''ความรัก''มีมากมาย 
    ไม่ใช่แค่มองหน้ากัน แต่มองไปในทิศทางเดียวกัน
    และประคับประคองทุกสิ่งที่มีอยู่ร่วมกัน
    ทั้งหมดดูเหมือนจะถูกต้อง
    แต่ถ้าคุณถามว่าความรักคืออะไร?
     ผมจะตอบว่า...ผมไม่รู้
    และผมก็ไม่รู้ว่าจะแสดงความรู้สึกออกมาอย่างไร ไม่รู้ว่าเพราะอะไร
    ผมตอบได้แค่ว่า...ผมไม่รู้  
    ใช่...
    ถ้าผมสามารถให้นิยามของคำว่ารักด้วยคำพูดได้
    ผมคงไม่ต้องแยกทางกับเธอหรอก
    เมื่อไหร่ที่ผมสามารถเปิดเผยถึงความรักที่มีในหัวใจให้เธอรับรู้ได้สักทีนะ...
    ผมจะต้องรอถึงเมื่อไหร่นะ กว่าเธอจะเชื่อใจผม...
     
    ความรัก บทที่ 2...
     
    รอบๆตัวเรามีคนที่มีแฟนกันมานาน อย่างช่น 5 ปี 7 ปี
    คนมักจะพูดกันว่าเป็นแฟนกันนานๆ
    มันไม่มีความตื่นเต้นอีกต่อไป ไม่เบื่อหรือ...
      คนเราคิดว่าความรักที่อยู่ด้วยกันนานๆ เป็นสิ่งที่ดี น่าชื่นชม
    ขณะเดียวกันคนเราก็มักจะคิดว่าตัวเองไม่สามารถำเช่นนั้นได้
    ถ้าหากคุณรักใครสักคนด้วยความจริงใจ
    คุณต้องสามารถเข้าใจ 1,000 สีหน้าที่แตกต่างกันของคนที่คุณรัก
     
    ผมขอบอกว่า ความรักคือ...ทุกวันเวลา
    หากเราเจอคนรักแล้วรู้สึกถึงอารมณ์ที่เปลี่ยนไป
     
    ขอให้คุณลองค้นหาอารมณ์ที่เปลี่ยนไปของเธอหรือเขา
    และถ้าคุณเข้าใจและรักอุปนิสัยทั้งหมดของคนรักล่ะก็
    แสดงว่าคุณกำลังมีความรักที่ยิ่งใหญ่ที่สุดแล้วล่ะ
     
    ความรัก บทที่ 3...
     
    ทำไมความรักจึงเป็นเรื่องของปมขัดแย้ง
    ความรักที่ถูกแทนที่ด้วยคำว่าความขัดแย้ง
    อาจจะเป็นเรื่องการเอาชนะ ความทะเยอทะยาน
    ทำไมสิ่งเหล่านี้ถึงทำให้เราเป็นเช่นนี้ก็ไม่รู้
     
    ความรัก บทที่ 4...
     
    ความรักคือความเคยชิน
    ความรักคืออะไร เราให้ความหมายที่แท้ตริงได้ยากเหลือเกิน
    แต่ถ้าจะให้บอกความหมายของความรัก
    คำต่อไปนี้คือคำที่ให้ความหมายได้ใกล้เคียงที่สุด
    ฉันรักเธอ เธอให้ฉัน
    ไม่สามารถแยกความรู้สึกออกจากกันได้...เป็นความเคยชิน
    อยู่มาวันหนึ่ง ความเคยชินนั้นก็พัฒนาขึ้นด้วยความมั่นใจ
    กลายมาเป็นความพึงพอใจ
    นึกขึ้นมาแล้วก็เลยเข้าใจ และหัวเราะออกมาอย่างเขินๆ
    ถ้าความรักคือความเคยชิน
    ฉะนั้นการแยกทางก็คือการเอาความเคยชิน
    ที่เป็นเครื่องพันธนาการร่างกายออกไป
     
    ถนนที่เคยเดินเล่นกับเธอ
    เพลงที่เคยฟังกับเธอ
     
    การต่อสู้กับความเคยชินแบบนั้น
    เพื่อที่จะกลับมาเป็นตัวของตัวเองเหมือนเดิม
     
    แล้วเราก็จะฝันถึงความรักอีกครั้ง
    เพื่อที่จะคุ้นเคยกับใครสักคน
     
    โดยที่ตัวเองไม่รู้สึกว่าคุ้นเคยกับมัน
     
    ความรัก บทที่ 5...
     
    เวลาผ่านไปสักพักหลังจากแยกทางกัน
    และเมื่อได้พบรักใหม่
    ความกังวลที่ว่าจะต้องเสียใจซ้ำสองก็กลับมาอีกครั้ง
    ผมไม่อยากรู้สึกแบบนั้นอีกต่อไปแล้ว
     
    ผมกังวลมากจนถึงกับนอนไม่หลับเลยทีเดียว
    แต่สุดท้ายก็เลือกความรัก
    แม้ว่าผมจะมีประสบการณ์ที่ไม่ดีเกี่ยวกับมัน
    แต่การจะให้ความหมายของความรักนั้นยากมากเหลือเกิน
     
    ความรัก บทที่ 6...
     
    สมมติว่าพรุ่งนี้โลกจะแตกสลาย
    และคุณมีโอกาสโทรศัพท์เพียงครั้งเดียวเท่านั้น
    คุณจะโทร.หาใครและบอกว่าอะไร
    .
    .
    .
    .
    .
    .
    ถ้าคืนนี้ผ่านไป...แล้วคนคนนั้นไม่กลับมาล่ะ...
    มัวรีรออะไรอยู่อีกล่ะครับ
     
    ความรัก บทที่ 7...
     
    ถ้ารักกันจริงๆ ก็ต้องพอใจกับสิ่งที่มีอยู่
    และมีความสุขกับสิ่งที่เป็นอยู่...
    เราต้องการ 'ดึง' และ 'ดึง' จริงหรือ
    ผมอาจจะเป็นคนมองโลกในแง่ดีเกินไป
    แต่สำหรับความรักที่แท้จริง เราอาจต้องการสิ่งนั้น
     
    ทำไมเราถึงเห็นแก่ตัวอย่างนั้นนะ
     
    ความรัก บทที่ 8...
     
    ตอนแรกผมก็ไม่ค่อยเก่งเรื่องความรักนักหรอก
    ถ้าจะพูดตรงๆให้ชัดเจนก็คือ
    ไม่ค่อยเก่งเรื่องการชอบพอกันเสียมากกว่า
    ทุกครั้งที่คบกัน เพียงไม่นานผู้หญิงก็จะขอแยกทาง
    และเดินออกไปจากชีวิตของผม
     
    เร็วหน่อยก็หนึ่งเดือน นานหน่อยก็สามเดือน
    แต่สำหรับผม ช่วงระยะเวลาเท่านั้นไม่สั้นเลย
     
    หลังจากแยกทางกัน
    ขณะที่ผมกำลังเจ็บปวด คอื่นๆมักจะพูดว่ากับผมว่า
     
    ผมกับเธอเพิ่งคบกันได้ไม่นาน
    ทำใจได้ง่าย
    เพราะยังไม่มีความทืรงจำอะไรมากมายนัก
     
    แต่มันง่ายจริงหรือ
     
    ความรักมีสองอย่าง
    อย่างอรกคือ ความรักที่ใช้เวลาไม่นานก็ลืมความสัมพันธ์นั้นด้
    และแยกทางกันไปทั้งๆ ที่คบหากันมานานหลายปี
     
    อย่างที่สองคือ ความรักที่ไม่ว่าเวลาจะผันผ่านไปนานแค่ไหน
    ก็ไม่อาจลืมเลือนความสัมพันธ์ที่มีต่อกันได้
    แม้ว่าจะคบกันเพียงไม่กี่เดือนแล้วแยกทางกันก็ตาม
     
    เพราะมิฉะนั้น ใช่ว่าการคบกันในช่วงระยะเวลาสั้นๆ จะเป็นความรักที่ไม่ลึกซึ้ง
    และใช่ว่าการคบกันอย่างเนิ่นนานจะเป็นความรักที่ลึกซึ้ง
     
    ตัวเองเท่านั้นที่รู้สึกถึงความลึกซึ้งของความรัก
     
    ความรัก บทที่ 9...
     
    ความรักที่เด็กอนุบาลรู้สึก...
    ความรักที่นักเรียนประถมรู้สึก...
    ความรักที่ผู้ใหญ่รู้สึก...
    ความรู้สึกของพวกเขาสำคัญและทำให้อบอุ่นใจ...
    แต่โลกใบนี้กลับยอมรับแต่ความรักของหนุ่มสาว
    วันหนึ่งเราก็จะแก่...และตอนเราเป็นเด็กเราก็เคยต้องการความรัก
     
    ผมคิดว่าผมได้รับความรักที่แจริงตอนเป็นเด็กนักเรียนครับ
    ตอนนั้นเราเริ่มรู้สึกรักกัน
    แต่เมื่อผมอายุมากขึ้นและคุ้นเคยกับโลกใบนี้แล้ว
    ผมเริ่มมองคนรักจากภาพภายนอก ทั้งฐานะ หน้าที่การงาน
    ภูมิหลัง และความรู้ความสามารถ
    ผมไม่ได้บอกว่าการที่เรามองหาแบบนั้นเป็นสิ่งไม่ดี
    เพราะฉะนั้นผมขอบอกว่าถ้าเป็นไปได้
    เราควรมีความรักตอนที่อายุยังไม่มากจนเกินไป
     
    ความรัก บทที่ 10...
     
    เวลาที่เราเจอใครสักคน
    ดูเหมือนว่าหน้าตาจะสำคุญกว่าความคิด
    เมื่อก่อนผมเคยอิจฉาคนทีหน้าตาดี
    และคิดว่าคนหน้าตาดีเท่าน้นที่จะสมหวังในความรัก
    แต่ตอนนี้ผมรู้แล้วครับ...
    สิ่งที่เราเห็นภายนอกนั้น อาจทำให้เราพึงพอใจได้
     
    แต่เราไม่อาจพิชิตหัวใจของคนคนนั้นได้เสมอไป
     
    ความรัก บทที่ 11...
     
    ความรักเหมือนแม่เหล็ก
    ทำไม...เธอจึงผลักไสผมอยู่ตลอดเวลานะ
    เธอไม่ชอบส่วนไหนของผมหรือ
     
    ผมเสียใจที่เธอหนีผมทุกทีที่ผมเข้าใกล้
    ผมมั่นใจว่าผมรักเธออย่างจริงใจ
    แต่ทำไมเธอจึงหนีผมตลอดเวลา
    สงสัยเราคงต้องการเศษเหล็กที่จะนำมาเชื่อมระหว่างเราสองคนมั้ง
     
    ความรัก บทที่ 12...
     
    ผมได้ยินวลีที่ว่า ''อยู่ด้วยกันดูแลกันให้ดีนะ'' มาตลอดชีวิต
    และคิดว่ามันเป็นคำพูดที่เรานำมาพูดกันเล่นๆ
    แต่หลังจากผมถูกเกณฑ์ทหาร...
    ผมรู้สึกว่าวลีนี้กินใจผมมาก
     
    วันที่ผมต้องเดินทาง...ต้องไปค่ายทหาร
    เราได้แต่มองไปข้างหน้า ไม่กล้าที่จะสบตากันเลย
    และไม่มีแม้แต่จะพูดจากัน เราได้แต่เดินเพียงอย่างเดียว
     
    ผมเกรงว่าถ้าผมมองหน้าเธอ
    น้ำตาอาจจะไหลออกมา
    ผมอยากให้เธอเห็นว่าผมเป็นลูกผู้ชาย...ในโอกาสสุดท้ายที่ได้อยู่ด้วยกัน
    ผมไม่อาจรู้ได้ว่าเมื่อไหร่จะได้พบกันอีก
    หลังจากที่แยกจากกันแล้ว
    ผมได้รับจดหมายสั้นๆ จากเธอ
    ในจดหมายเธอบรรยายถึงสิ่งที่เธอไม่ได้พูด
    ขณะที่ผมอ่านจดหมายอยู่
    เธอส่งข้อความมาทางโทรศัพท์มือถือว่า''เธอรักผม''
     
    ถึงแม้ว่าผมจะมาเป็นทหารและเราต้องแยกจากกัน
    ตอนนั้นเป็นช่วงเวลาที่ยากลำบากมาก
    หากตอนนั้นไม่มีเธอ ตอนนี้ก้คงไม่มีผม
     
    ผมรู้สึกผิดที่ไม่ได้ดุแลเธอ
    วลีที่ว่า''อยู่ด้วยกันดูแลกันให้ดีนะ''
    เป้นวลีที่ถูกต้องมากๆ
     
    ความรัก บทที่ 13...
     
    ถ้าผมสามารถปกป้องเธอได้แบบนี้...
    ถ้าผมเป็นลม...
    ผมจะพัดไปหาเธอ
    ถ้าผมเป็นเมฆ...
    ผมจะให้ร่มเงาเวลาที่เธอรู้สึกเหนื่อยล้า
    ถ้าผมเป้นแสงแดด...
    ผมจะให้แสงสว่างทุกที่ที่เธอไป
    ถ้าผมเป็นสายฝน...
    ผมจะโปรยปรายอยู๋เคียงข้างเธอยามที่เธอเศร้าใจ
    และถ้าผมเป้นเงา...
    ผมจะปกป้องเธอไม่ว่าเธอจะอยู่ที่ใดก็ตาม...
     
    ความรัก บทที่ 14...
     
    ผมรู้สึกระแวง
    ไม่สบายใจตลอดเวลา
    เพราะเธอไม่สนใจผมเลย
    ผมเอาแต่คิดเอาเองว่า...
    หัวใจของเธอเปลี่ยนไป
    ตอนแรกผมเข้าใจว่าผมคิดไปเอง
    แต่ตอนหลังผมเริ่มแน่ใจ
    เธอทำให้ผมหนักใจจริงๆ
     
    ทำไมถึงได้โง่อย่างนี้
    คิดๆ ดูแล้วผมว่าผมรู้มาตลอด...
    แต่ไม่เคยพูดออกมา
     
    ผมรู้สึกเหมือนตกลงไปในหุบเหวลึก
    แห่งความเศร้าและความเจ็บปวด...
     
    ความรัก บทที่ 15...
     
    คนบางคนก้ตั้งมาตรฐานความรักของตัวเองไว้
    ถ้าคนอื่นไม่ได้มาตรฐานที่ตัวเองตั้งไว้
    ก็จะไม่เหลียวแลเขาเลยแม้แต่น้อย
    ความรักคือการปรับตัวเข้าหากัน
     
    มีคนมากมายที่อยู๋อีกฝั่งหนึ่งของเส้นนั้น
    ด้วยความเจ็บปวดและความเศร้าใจ
    พร้อมกับหวังว่าเส้นนั้นจะค่อยๆจางหายไปทีละน้อยๆ
    และอยากจะข้ามไปเพียงแค่วันหนึ่ง
    หรือแม้เพียงชั่วขณะหนึ่งก้ตาม
     
    การจะลบเส้นนั้นและเปิดใจยอมรับความจริงใจ
    มันเป็นไปไม่ได้เลยเชียวหรือ...
     
    ความรัก บทที่ 16...
     
    ระหว่างที่เล่นอินเตอร์เน็ต
    ผมเจอโฆษณาเกี่ยวกับการหาคู่โดยบังเอิญ
    ผมนึกสนุกขึ้นมาเลยเขียนใบสมัคร
    คำถามทุกข้อมีคะแนน และถ้ารวมคะแนนไม่ถึง 70
    นั่นหมายความว่าใบสมัครของผมนั้นไม่ผ่าน
     
    คำถามเกือบทั้งหมดเกี่ยวกับเรื่องเงินๆ ทองๆ ของผู้ชาย...
    เริ่มจากมรดกของพ่อ แม่จนถึงเงินเดือนของตัวเอง...
    ผมไม่เจอคพถามข้อที่ถามถึงนิสัยใจคอหรือเรื่องของหัวใจเลย
     
    แน่นอน แค่ใบสมัครไม่สามารถอ่านนิสัยของคนได้หรอก
    แต่ใบสมัครนั้นทำให้ผมรู้สึกเศร้าใจ
    หลังจากเขียนใบสมัคร
    ผมก็รู้สึกว่าใบสมัครนี่ไม่ใช่เพื่อความรักแต่เพื่อธุรกิจ
     
    เมื่อก่อนผมเคยฝันถึงความรักที่เหมือนในภาพยนต์
    ขับรถสวยๆ ไปเที่ยวต่างจังหวัดกับคนรัก
    ในวันพิเศษก็จัดปาร์ตี้สนุกๆ
     
    แต่เมื่อความรักเริ่มลึกซึ้ง...อนาคตที่ไม่แน่นอนก็เริ่มใกล้เข้ามา
    มองดูเงินในกระเป๋าบ่อยขึ้น
    น่าสมเพชตัวเองมากที่ผมฝันถึงความรักแบบนั้น...
     
    ความรัก บทที่ 17...
     
    ในโลกนี้...มีการพลัดพรากที่สวยงามบ้างไหมนะ
     
    ดวงดาวมากมายบนท้องฟ้าช่างงดงามเหลือเกิน
    แต่การที่ต้องจากกันนั้นทำให้หัวใจของผมเศร้าสร้อย
     
    ''จากกันเพราะรัก'' ช่างเป็นคำพูดที่หลอกลวง
    วันนี้ผมยังคงคิดถึงเธออยู่ทุกลมหายใจ
    การมองท้องฟ้ายามราตรีโดยไม่มีเธออยู่ข้างกาย
    มันช่างเศร้าใจเหลือคณนา
     
    เธอเดินออกไปจากชีวิตของผมแล้วจริงๆ หรือ...
     
    เมื่อวานตอนบ่ายขณะที่ฝนตก...
    เธอคือดวงดาวที่ลอยออกไปจากชีวิตผม
     
    ความรัก บทที่ 18...
     
    หากมีความรักแล้ว จะให้ทำอะไรก็ได้
    คำพูดของเธอเพียงคำเดียวก็สามารถทำให้มีความสุข
    ราวกับได้ยาวิเศษ
    แม้ว่าผมที่ตามมาจะก่อให้เกิดแผลลึกในใจ
     
    ยายิ่งดียิ่งขม
     
    หลังจากผ่ายประสบการณ์แฟ่งความรักและความเจ็บปวด
    ผมจึงรู้ว่าความรักนั้นสำคัญไฉน
    อย่างเช่น ยายิ่งดียิ่งขม
    ขอให้ความรักครั้งใหม่
    ถูกกลั่นออกมาจากความจริงใจ...เป็นความรักที่แท้จริง
     
    ความรัก บทที่ 19...
     
    เมื่อสองสามสัปดาห์ที่แล้ว ผมฟอร์แมทคอมพิวเตอร์ใหม่
    ผมลบข้อมูลทั้งหมดออกจากคอมพิวเตอร์
    คอมพิวเตอร์ของผมจึงเร็วและดีกว่าเดิม
    ขณะที่ผมมองคอมพิวเตอร์ก็คิดว่า
    ถ้าผมฟอร์แมทสมองและหัวใจของผมใหม่ได้ก็คงจะเยี่ยมมากเลย
    มันจะเหมือนกับไม่มีอะไร ปลอดโปร่ง และสบายใจขึ้น
     
    หลังจากแยกทางกันผมก็หันไปหาเหล้า
    ความจริงก็ไม่มีใครตั้งกฏไว้ว่าจะต้องทำเช่นนั้น
    แต่ผมดื่มเหล้าเหมือนกับมีสัญญากันมาก่อน
    ผมดื่มเพื่อลืมเธอ
    แต่เดหล้านั้นกลับทำให้ความทรงจำของผมที่มีต่อเธอ
    ผุดขึ้นมาเหมือนฝันร้าย
     
    ผมตั้งใจจะดื่มเหล้าเพื่อขับไล่ฝันร้ายออกไป
    และหวังว่าความทรงจำทั้งหมดของผมที่มีต่อเธอ
    จะออกไปจากตัวผม
    แต่ผมกลับได้ยินเสียงของเธอ และเห็นรูปร่างเธอชัดเจนขึ้น
    สุดท้ายผมก้จมปรักอยู่กับความเศร้าและน้ำตา
     
    ผมลองเรียกชื่อเธอดู...
    ด้วยความหวังว่าเสียงนั้นจะไปถึงเธอ
    ขณะที่ผมเศร้าอยู่นี้ ตอนนี้เธออยู่ที่ไหนและกำลังทำอะไรอยู่นะ
     
    ความรัก บทที่ 20...เรามักจะเริ่มจากความหวังเล็กๆ น้อยๆ
    เมื่อสมหวังแล้ว
    เราก็จะหวังมากขึ้น เพราะความโลภ...
    บางที่การที่ผทจะเกลียดดลกนี้
    อาจจะเป้นเพราะจมปรักอยู่กับความหวังเดิมๆ เสมอ
    ผมไม่ได้หวังอะไรที่มากมายเกินไป
    แค่ขอให้เธอกลับมาหาผม...เอ่อ...ผมอาจจะหวังมากไป
    ผมแค่อยากเป็นเพียงต้นไม้ต้นเก่าที่เธอไว้ใจ
    แต่ทำไมเธอไม่กลับมามองผมเลย...
     
    ถ้าเริ่มนับหนึ่งใหม่ได้ ผมจะไม่ไปจากเธอ
     
    ความรัก บทที่ 21...
     
    น้ำตาไหลพราก...ร้องไห้จนตาบวม...
    ผมคิดว่าตัวเองโง่ก็เลยยิ้มและมองกระจก
    ผมมองตัวเองร้องไห้ ช่างน่าสงสารเสียจริงๆ
    ขณะมองกระจก ผมก็พูดกับตัวเองว่า ''โธ่!!! ไอ้โง่เอ๊ย''
     
    หลังจากร้องไห้แล้ว สักพักหนึ่งผมก็รู้สึกดีขึ้น
    และอีกไม่กี่ชั่วโมงต่อมาผม้ก็ยอมรับมันได้
     
    ตอนนี้ผมรู้สึกว่าความทรงจำเป็นเหมือนสัตว์ประหลาด
    ที่มารบกวน
     
    บ้า...บ้าไปเลยจะดีกว่า
    หรือผมอาจจะบ้าไปแล้วก็ได้
    ตอนที่วคามทรงจำยังสิงในตัวผม
    ผมดุเหมือนคนบ้าเพราะวคามทรงจำที่เหลืออยู่นั้น
     
    ความรัก บทที่ 22...
     
    ช่วงนี้เพียงแค่ได้ฟังเสียงของเธอและดูจากการกระทำของเธอ
    ผมก็รู้สึกว่าการแยกทางของเรากำลังใกล้เข้ามา
    สิ่งที่ได้จากการแยกทาง
    คือความสามารถของผมที่รู้ล่วงหน้าว่าเรื่องที่ไม่ดีกำลังจะเกิดขึ้น
    หลังจากรู้สึกแบบนั้นไม่นาน การแยกทางกันจริงๆ ก็ตามมา
     
    มันทำให้ผมเศร้า แต่ก้พอทนได้
    เพราะผมรู้ว่าต้องทำอย่างไรต่อไป
    หลังจากแยกทางกับเธอแล้ว
    ผมก็ตามเพื่อนสนิทไปดื่มเหล้า
    ขณะที่คิดถึงเธอ ผมก็จะร้องไห้ออกมาต่อหน้าเพื่อน
     
    ผมต้องทนอยู่กับสภาพนี้อยู่หลายเดือน
    ถ้ามีโอกาสได้อยู่กับเธอสักชั่วโมง
    ความเจ็บปวดนี้คงจะหายไปได้
    ผมเข้าใจสภาพของผมตอนที่รู้สึกเจ็บปวดได้ดี
    และเมื่อผมเริ่มเคยชินกับการแยกทาง
    ผมก็เกิดความเชื่อมั่นในตัวเองขึ้นมาอีกครั้ง
     
    ความรัก บทที่ 23...
     
    มีผู้ชายคนหนึ่ง...
    หลงรักผู้หญิงคนหนึ่งเอามากๆ
    เขามั่นใจว่าเธอรักเขาจริงๆ
     
    แต่ผู้หญิงคนนั้นไม่ได้รักผู้ชายคนนั้น
    เขาไม่ได้เป็นคนสำคัญสำหรับเธอเลย
     
    อยู่ที่เดียวกัน แต่ความคิดและความเข้าใจต่างกัน
     
    วันนี้ผู้ชายคนนั้นยิ้มอย่างอารมณ์ดี
    และเฝ้ารอสุดสัปดาห์ที่จะได้สารภาพรักกับเธอ
    โดยไม่รู้อะไรเลย...
     
    เราอยู่กับความเข้าใจผิดมากมายขนาดไหน
    ผมคิดว่าบางทีเราไม่รู้ความจริงเลยจะดีกว่า
     
    บางทืคำพูดที่ไม่มีความหมาย ก็มีความหมาย
    มันคือความเข้าใจผิด
     
    เราเข้าใจผิดเองดดยคิดว่า
    การมอบความรู้สึกดีให้นั้น คือความรัก
    หลังจากได้รู้ว่าตัวเองเข้าใจผิด
    เราก็จะรู้สึกว่าตัวเองโง่และเกลียดตัวเองที่สุด
     
    ความรัก บทที่ 24...
     
    หลังจากสูญเสียความรักไป
    ผมก็คิดวิตกว่าความรักครั้งใหม่จะมาพร้อมกับความจริงใจหรือไม่
    มากกว่าจะดีใจที่ได้มีความรักครั้งใหม่
    ผมกลัวว่าจะเสียใจอีกครั้ง และเกิดความวิตกกังวลขึ้นมาอีก
    ถ้าผมได้พบใครคนหนึ่ง เราคงคบกันบนพื้นฐานของความไม่สบายใจ
    และการแยกทางเกิดขึ้นอีกครั้ง
    ผมก็จะรู้สึกเสียใจเหมือนกับว่า
    ความจริงผมรู้ล่วงหน้าอยู่แล้วว่ามันต้องเป็นเช่นนั้น
    ผมบอกตัวเองว่า
    ''สำหรับผม ไม่มีความรักอีกต่อไปแล้ว''
    คำพูดนี้ทำให้ผมสบายใจขึ้น และคลายความเศร้าลงได้
     
    ถ้าผมไมสามารถเชื่อตัวเองได้ และผมจะเชื่อคนอื่นได้อย่างไร...
    ถ้าผมๆมรักตัวเอง แล้วคนอื่นจะรักผมได้อย่างไร...
     
    คนเราคิดว่าตัวเองไม่ค่อยมีความสำคัญ
    ไม่รู้จักวิธีรักตัวเอง
    ลองบอกตัวเองที่อยู่ในกระจกด้วยนะว่า
    ''นายไม่เป็นไร'' และ ''ฉันทำได้''
     
    ความรัก บทที่ 25...
     
    รักเขาข้างเดียว...
    หากว่าเรารักเพื่อนสนิท หรือรักรุ่นพี่
    เราก็จะกังวลใจมาก
    ถ้าหากรู้ใจกันก็จะไม่มีปัญหา
    แต่ถ้าเราทำให้เพื่อนหรือรุ่นพี่รู้ว่าเรารักเขา
    มิตรภาพและความรู้สึก
    ก็อาจจะเปลี่ยนไปโดยไม่มีเหตุผล
     
    สำหรับโลกใบนี้ เงินไม่ใช่ทั้งหมดในชีวิต
    แต่บางคนก็ยังบอกว่าหากมีเงินแล้วก็จะสามารถซื้อทุกอย่างได้
    ความรักก็เช่นดียวกัน
    ถ้ามีเงิน...เราก็จะได้รับความรัก นี่คือความจริงในปัจจุบัน
    แต่คิดๆ ดูแล้ว ถ้ามีเงินแล้วสามารถซื้อความรักได้ก็ดีไม่น้อยเลยน่ะสิ
    ตอนนี้ผมไม่มีเงินในกระเป๋า
    แต่ถ้ามีเงินแล้วเธอจะกลับมาหา...ก้คงจะดีไม่น้อย
    ผมฝันไปเรื่อยๆ...ไร้สาระน่ะ
     
    แต่...
    นั่นไม่อาจซื้อความรักได้...
    สุดท้ายเงินก้ไม่สามารถซื้อความรักได้อยู่ดี
    เงินอาจทำให้เธอสนใจได้ชั่วขณะหนึ่ง
    แต่เงินซื้อหัวใจคนไม่ได้...
    สิ่งนี้อาจไม่เป็นความจริง...แต่
    ผมอยากให้หัวใจของคุณบริสุทธิ์อยู่เสมอ
     
    ความรัก บทที่ 26...
     
    ผมไม่อยากตำหนิคนที่หาคู่รักโดยดูจากหน้าตา
    มันเป้นเรื่องธรรมดา...
    สมมติว่า...
    ถ้าเราจะซื้อหนังสือสักเล่ม หรือของกระจุกกระจิกสักชิ้น
    เราต้องเลือกแบบที่สวยๆ
    มันเป็นเรื่องธรรมดา...
    แต่...เราตัดสินคนโดยดูจากหน้าตาไม่ได้หรอก
     
    ทำไมคนที่มีรูปร่างหน้าตาอัปลักษณ์ อ้วนเผละฟละ
    ต้องมีจิตใจไม่ดีด้วยหรือ
     
    แล้วจำเป็นด้วยหรือที่เจ้าหญิงผู้เลอโฉมทั้งหลาย
    ต้องมีท่วงท่าอากัปกิริยาที่งดงามที่ไปหมดทุกอย่าง
     
    เจ้าหญิงไม่สวยก้มีเหมือนกัน
    คนสวยแต่จิตใจไม่ดีก็มีถมไป
    ผมหวังว่าเราจะไม่ตัดสินคนโดยดูจากรูปร่างหน้าตาเท่านั้น
     
    ถ้าเราไม่ตัดสินคนจากรูปลักษณ์ภายนอกก็คงจะดี
     
    ความรัก บทที่ 27...
     
    ตอนนี้ผมรู้ว่าเธอเหนื่อยมากแค่ไหน
    ผมจึงไม่อยากทำให้เธอยุ่งยากใจ
    สิ่งที่เธอไม่เห็น ก็คือน้ำตาและความเศร้าเสียใจของผม
    แต่ต่อหน้าเธอ ผมอยากยิ้มให้เธอเสมอ
    เพราะนั่นคือสิ่งเดียวที่ผมทำเพื่อเธอได้
    ผมอยากแบกภาระนั้นไว้เพื่อเธอ...
     
    ความรัก บทที่ 28...
     
    ผมรู้สึกเหนื่อยใจมากเพราะเธอ...
    วันหนุ่งๆ ผมคิดแต่จะตัดสายสัมพันธ์กับเธอ
    และกลับมาเป็นเหมือนเดิม
    เธอจะรู้หรือเปล่านะว่าผมเหนื่อยเพียงใด...
    เธอยิ้มกับคนอื่นอย่างสดใส...
    ความสัมพันธ์ระหว่างเราคือแฟนกันไม่ใช่หรือ
    แต่เธอกลับไม่เคยสนใจผมเลย
     
    ผมดูหนังกับเธอ
    ขณะดู...เธอก็ร้องไห้และบอกผมว่า
    เธออยากมีความรักที่เจือปนด้วยความเศร้ากับเขาบ้าง...
     
    ...จะบ้าตาย...
     
    แค่นี้ผมก็เศร้ามากพออยู่แล้ว...สุดจะทานทนกับความเจ็บปวด
    ผมพยายามจะลืมเธอยู่ทุกวัน
     
    แต่เธอกลับบอกว่าอยากมีความรักที่เจือปนด้วยความเศร้า
    ผมเกลียดผู้หญิงแบบนี้จริงๆ เลบ
     
    แค่นี้ผมก็เศร้ามากพอแล้ว
     
    ความรัก บทที่ 29...
     
    ดูหนังกับเธอ
    โทรศัพท์กับเธอจนถึงเช้า
    ดื่มกาแฟกับเธอ
     
    แต่เธอไม่ได้รักผม...
    ผมรู้...ดี
     
    เพราะ...เธอไม่เคยถามเรื่องของผมเลย
    เธอไม่อยากรู้อะไรเกี่ยวกับผมเลย...
     
    ความรัก บทที่ 30...
     
    ใช่...มันเป้นอย่างนั้นจริงๆ
    เธอไม่รักผม
    ถ้ารักผม เธอคงไม่ทำแบบนี้กับผมหรอก
     
    ความเข้าใจผิดทำให้เราหมางเมินกัน
    ไม่เชื่อใจกัน เกลียดกัน และก่อให้เกิดความเจ็บปวด
     
    ทันทำให้เราตกอยู่ในความเศร้าและความผิดหวังอยู่ทุกวัน
    ความเข้าใจผิด
    คือท้องทะเลลึก
    แต่ไม่ว่าจะเป็นท้องทะเลที่ลึกแค่ไหน
    เราก็สามารถโผล่ขึ้นมาบนผิวน้ำได้
    หากมีการ ''พูดคุยกัน''
     
    ผมอยากแนะนำให้คนทึ่กำลังตกอยู่ใน
    ห้วงแห่งการเข้าใจผิดและความเศร้า
    ลองพูดความในใจออกมาให้อีกฝ่ายรับรู้
     
    และผมก็อยากให้ตกลงไปในท้องทะเลแห่งอื่น
    ที่เรียกว่า ''ความเข้าใจ''
     
    อย่างเช่น ความรักที่ก่อเกิดจากความเหนื่อยยาก
    หากเราอยู่ในท้องทะเลแห่ง ''ความเข้าใจ''
    พายเรือไปพร้อมกับการ ''พูดคุยกัน''
    เราก็จะไม่ถูกพายุพัดพาไปสู่ท้องเลแห่ง
    ความเข้าใจผิด
     
    ความรัก บทที่ 31...
     
    สิ่งที่ผมเขียนอาจไปไม่ถึงเธอก็ได้ความจริงแล้วผมไม่อยากให้ไปถึงเธอมากกว่า
     
    เพียงแค่สิบวันก่อนหน้านี้...
    เธอทำให้ผมมีความสุขโดยการบอกว่า...เธอรักผม
     
    แต่ตอนนี้ดูเหมือนเธอจะเปลี่ยนแปลงไป
    ตามปกติทุกสิ่งทุกอย่างก็เปลี่ยนไปอยู่แล้ว
     
    แม้ว่าผมจะรั้งเธอไว้...แต่
    ผมก็ไม่อาจทำอะไรได้ที่เห็นเธอเปลี่ยนไป
     
    ผมอาจจะโง่ที่ไม่ยอมให้เกิดการเปลี่ยนแปลง
    ไม่ว่าจะเป็นช่วงเวลาสั้นๆ หรือระยะเวลาที่ยามนาน
    ผมวิ่งไม่หยุดมาพร้อมกับเธอ
    เวลาที่อยู่กับเธอ...เรื่อเศร้าก้มีบ่อย
    เรื่องเหนื่อยใจก็มีเยอะ...
     
    เธออยู่ในความทรงจำของผม...
    ความทรงจำมากมายที่ผมกับเธอเคยมีร่วมกันมา
    วันนี้ทั้งวันผมไม่ได้ยินเสียงเธอ
    ผมตั้งใจจะล้มตัวลงนอน
    แต่ถ้าผมนอนผมจะไม่รู้ว่า
    ผมได้รับข้อความจากเธอหรือเปล่าเวลาที่ผมหลับไป
    ผมจึงลืมตาโต้รุ่ง
     
    ในเวลาเดียวกัน ณ ที่อีกแห่งหนึ่ง
    ผมคิดว่าเธอคงกำลังนอนหลับ
    เธอนอนหลับเพื่อที่จะลืมความเหน็ดเหนื่อยของวันนี้...
    ส่วนผมไม่ยอมนอนเพื่อที่จะพยายามลืมความทรงจำเกี่ยวกับเธอ
    ผมรักเธอมากจริงๆ
    แม้ความจริงอย่างอื่นจะเปลี่ยนไป
    แต่ความจริงนี้ไม่เปลี่ยนแปลง
    เธอจะอยู่ในหัวใจผมตลอดไป
     
    แต่สำหรับเธอ
    ดูเหมือนเธอจะมอบสิ่งที่หัวใจของผมไม่ปราถนาให้กับผม
     
    แต่หระนั้นก็ตาม
    แม้ว่าตอนอยู่ปวดใจเพราะรักเธอมากเท่าใด
    แต่สุดท้าย ผมก็อยากทำในสิ่งที่เธอต้องการเสมอมา
     
    ผมอยากทำในสิ่งที่ผมไม่ได้ทำให้เธอช่วงที่ผ่านมา
    ผมหวังว่าผมจะเป้นคนดีในหัวใจของเธอ...
    ไม่ใช่บาดแผลในใจเธอ
     
    ความรัก บทที่ 32...
     
    ถ้าการสารภาพรักของผมทำให้เธอมีความสุขได้
    ผมก็อยากจะพูดออกมา
    ในโลกนี้ มีคนหลายคนที่รักกัน
    แต่ทำได้เพียงมองดูกันโดยไม่พูดอะไรสักคำ
    พวกเขาจึงไม่ได้รับความอบอุ่นใจจากคนรัก
    ความรักทำให้เศร้าใจเพียงอย่างเดียวหรือ
    ความรักทำให้เรารู้สึกน่าสมเพชหรือ
    ผมอยากมีความรักทื่อบอุ่น
    ผมหวังมากเกินไปหรือเปล่า...
     
    ความรัก บทที่ 33...
     
    อีกครั้งหนึ่งแล้วที่จมปรักอยู่กับความเศร้า...
    หลังจากที่เธอจากไป น้ำตาของผมก็ไหลริน
    สิ่งที่ทำให้เจ็บปวดพอๆ กับการแยกทางกับเธอ
    ก็คือ...การเห้นตัวเองน่าสมเพช...หลังจากแกทางกัน
     
    วันนี้ผมคิดถึงเธอมากเหลือเกิน
     
    ความรัก บทที่ 34...
     
    ระหว่างความรักกับความจริง...
     
    ในช่วงชีวิตของผม
    มีทั้งการพบรักและการแยกทาง
    ผมร้อนรนเกินไปในเรื่องของความรัก
    ถึงแม้ผมจะมีความรักเพียงไม่กี่ครั้ง
    แต่คนรักทุกคนก็บอกผมว่า
    ''เธอเหมือนคนโง่'' แล้วก็จากผมไป
     
    เพื่อนๆ เตือนผมอยู่เสอมว่า...
    อย่าทำดีเกินไป
    แต่ทถกครั้งที่ผมได้ฟัง ผมก็ไม่รู้ว่าจะทำอย่างไร...
     
    ''อย่าทำดีเกินไป'' ผมไม่รู้หรอกว่าแค่ไหนถึงจะเรียกว่า ''ดีเกินไป''
    แค่ไหนที่เรียกว่า ''ไม่ดี'' แค่ไหนถึงจะ ''เหมาะสม''
    ผมรู้สึกว่าความจริงกับอุดมคติช่างแตกต่างกันเหลือเกิน
     
    สมมติว่าเรารักใครคนหนึ่งอย่างจริงใจ
    คนคนนั้นก็ควรจะจริงใจกับเราด้วย
    แต่...ความจริงไม่เป้นเช่นนั้นเสอมไป
    ผมไม่อยากใส่หน้ากาก และคบกับใครสักคนด้วยสมอง
    ด้วยเหตุนี้ เรา...ผู้คิดจะมีความรักจึงรู้สึกกลัวความจริง
     
    ความรัก บทที่ 35...
     
    ถ้าสายที่โทร.เข้ามาเป้นเบอร์ที่ผมไม่รู้จัก
    หรือว่าผมรับสาย แต่ปลายทางวางหูไปเสียก่อน...
    ผมมักจะคิดว่าเป็นเธอ...แม้เวลาจะผันผ่านไปนานแค่ไหนแล้วก็ตาม
     
    ดูเหมือนอีกนานกว่าจะลืมเธอได้
     
    ความรัก บทที่ 36...
     
    ทำไมถึงรู้ซึ้งในความรักช้าขนาดนี้นะ
    ผมเกลียดตัวเอง
    ผมใช้ความกล้าไปตามหาเธอ
    เธอเองก็เหนื่อิยเหมือนกันใช่ไหม
    ผมรู้...
    เธอเองก็ลืมผมได้ยากเช่นกัน
    แต่...ถ้าเรายังรักกันอยู๋
    ถ้าเธอกลับมาหาผมอีกครั้งก้คงจดี
    ก่อนที่จะสายเกินไป
     
    ความรัก บทที่ 37...
     
    ความผิดพลาดครั้งที่สี่คือ...
    ความเข้าใจผิดที่คิว่าเธออาจจะกลับมาหาผม
    ผมยังรอเธออยู่
     
    คึวามผิดพลาดครั้งที่ห้าคือ...
    ตอนนี้ผมรู้ซึ้งถึงความจริงแล้ว
    แต่ยังอดที่จะหวังไม่ได้
     
    ความรัก บทที่ 38...
     
    สมมติว่าการแยกทางเดินเข้ามาหาเรา
    ผมอยากให้เธอจดจำวันความรู้สึกดีๆ
    ที่ทำให้เธออบอุ่นหัวใจ
    ไม่ใช่ปล่อยให้ความรักผ่านไปอย่างไร้ความหมาย
    เพราะผมรู้ว่าเธอเหนื่อยมาตลอด...
     
    ผมหวังว่าผมจะยังอยู่ในใจของเธอ...
    เป้นสิ่งที่สวยงาม และเป้นส่วนหนึ่งในชีวิตของเธอด้วย
    ไม่ใช่เนบาดแผลในใจของเอ
    เพราะเธอที่อยู่ในใจของผมนั้นงดงาม
    และมีช่วงชีวิตที่สดใสร่วมกัน
     
    ในอนาคต... ผมหวังว่าเธอจะมีแต่วันดีๆ...
     
    ความรัก บทที่ 39...
     
    ความหมายของคำว่า ''เวลา''
     
    ตอนนั้นผมทนไม่ได้จริงๆ และเสียใจที่ไม่อาจลืมเธอได้
    '''เวลา' คือสิ่งที่ทำมห้เรารู้ว่า
    ความรักที่เราเชื่อมั่นมาตลอด
    แท้จริงแล้วมันคือความดื้อดึง
    และ''เวลา'' ทำให้เราได้รู้ว่าสิ่งที่เราคิดว่ามันคือความรัก
    แม้จริงแล้วมันไม่ใช่ความรัก
     
    สิ่งที่ทำให้ ''เวลา'' ช่างโหดร้ายเหลือเกิน
    คือ ''เวลา'' ลบความทรงจำของผมที่มีต่อเอ
    และทำให้ทุกสิ่งทุกอย่างเปลี่ยนแปลงไป...
    อย่างเช่น...เมื่อก่อนหากไม่มีเธอ ผมก็จะไม่สามารถทำอะไรได้อีกต่อไป
     
    ตอนนี้สิ่งที่ทำให้เศร้าใจก็คือ การแยกทางกับเธอ
    เมื่อไหร่ก็ตามที่ช่วงเวลานั้นผ่านพ้นไป
    ผมจะลืมเธอ และค้นหารักครั้งใหม่ต่อไป
     
    ความรัก บทที่ 40...
     
    ตอนนั้นผมไม่รู้...
    ผมคิดว่าเพราะผมเป้นห่วงเธอ
    ตอนนั้นผมไม่รู้ว่า...
    ผมคิดว่าเพราะผมรักเธอมาก
    ตอนนั้นผมไม่รู้...
    ความคิดของผมทำให้เกิดกำแพงอันแข็งแกร่งระหว่างผมกับฌะอ
     
    แต่ตอนนี้ผมรู้แล้ว...
    มันไม่ใช่เพราะห่วงเธอ ไม่ใช่เพราะรัก...แต่เป็นเพราะ
    ความไม่เชื่อในตนเอง
    มันไม่ใช่ความรัก...แต่เป็นความดื้อดึง
     
    หากตอนนั้นผมรู้...
     
    ตอนนี้ผมคงไม่ต้องเจ็บปวดถึงเพียงนี้